ความต่างระหว่างความปรารถนาดี และ ความพยายามที่จะควบคุม

เชื่อหรือไม่ว่าคนเราอยู่ด้วยกันด้วยความปรารถนาดีน้อยมาก 
แต่อยู่กับความพยายามที่จะควบคุมคนอื่น 
แทบจะตลอดเวลา 
ด้วยการอ้างว่าหวังดี หรือเป็นห่วง

1

ความพยายามที่จะควบคุม

หลายครั้งก็เริ่มต้นขึ้นมาจากความปรารถนาดีนี่แหละ
แต่ว่าถูกทำให้เปลี่ยนไปด้วย #อีโก้ ของคนๆ นั้น 
ที่ทำให้เขายึดมั่นว่าสิ่งที่เขาคิดมันถูก 
บวกความอยากจะยัดเยียดความคิดนั้น 
ให้อีกฝ่ายเอาไปลงมือทำตามที่แนะนำไว้ไวๆ

พูดง่ายๆ เป็นการเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง 
และมีความคาดหวังสูงกับผลลัพธ์ที่จะเกิดกับผู้อื่น

2

ความปรารณนาดีที่แท้จริงนั้น

มีระดับความปล่อยวางสูง
และจะออกมาในเชิญชวนให้คิด ชวนให้มองได้ดีขึ้น
เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้มีทัศนคติกับเรื่องเดิมเปลี่ยนไป
และทำต่างไปจากเดิม

พูดเป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า

“มึงจะคิดได้หรือไม่ ...กูไม่รู้”
“มึงจะทำเมื่อไร ...ก็เรื่องของมึง”
“ถ้ามึงได้ดีกูก็ดีใจ ถ้ามึงบรรลัยกูคิดซะว่ามึงจะได้เรียนรู้”

3

ความพยายามที่จะควบคุม 
มักมาพร้อมกับการหว่านล้อมที่ปฏิเสธลำบาก

เช่น

...ที่พูดก็เพราะหวังดี 
...ที่บอกก็เพราะรัก
...ถ้าไม่เชื่อแม่แล้วแกจะเชื่อใคร (อ้างบุญคุณและประสบการณ์)
...ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึง กูไม่ยุ่งหรอก (อ้างสถานะภาพ)

ฟังเขาพูดแล้วก็รู้สึกว่าคงต้องทำ ทั้งๆ ที่ก็ไม่แน่ใจ
จึงกลายเป็นคนที่ตกอยู่ในสภาพให้เขาจูง

4

ความปรารถนาดีจะมาพร้อมกับการให้อิสรภาพ

เพื่อให้เขาได้คิดเอง ทำเอง 
ได้เลือกวิธีการเอง 
ได้ลงมือทำเองในเวลาที่ตัวเขาเองสบายใจ

เราทำได้แค่ยืนดู และส่งใจเชียร์

5

ความปรารถนาดี ทำได้ง่ายๆ ผ่านการให้กำลังใจ

ด้วยความเชื่อมั่นในความสามารถ 
และคุณค่าที่อยู่ในตัวตนของอีกฝ่าย

พูดได้สบายๆ ว่า...
 

“เชื่อเถอะ... ไม่ว่าจะยังไงทุกอย่างก็จะออกมาดีกับเธอ”

6

ความเชื่อมั่นในผู้อื่น คือพื้นฐานของความปรารถนาดี

7

Johann Wolfgang von Goethe 
นักเขียน และผู้นำทางความคิดในการเมืองเยอรมัน 
ได้กล่าวไว้ว่า... 

Correction does much, Encouragement does more.

แปลแบบขยายความได้ว่า...
.
ความพยายามที่จะควบคุมคนอื่นให้เขาทำให้มันถูก... ถูกใจเรา
มันก็อาจจะได้ผลในระดับหนึ่ง และในเวลาหนึ่ง
แต่การให้กำลังใจใครสักคนนั้น
มันจะช่วยให้เขาทำได้ดีเกินคาด และยาวนานกว่าที่เราคิดไว้

8

ถ้ากำลังใจเราดี
เราจะให้กำลังใจคนอื่นได้

การเชื่อมั่นในผู้อื่นว่าเขาจะทำได้
ก็เป็นตัวสะท้อนการเชื่อมั่นในตัวเอง...เช่นกัน
.
ถ้าเราเชื่อว่าเราเก่งภาษาอังกฤษ 
เราก็มักจะเชื่อว่าคนอื่นก็น่าจะฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เก่งได้
.
ถ้าเราเชื่อว่าเราขายเก่ง
เราก็มักจะเชื่อว่าคนอื่นก็น่าจะขายได้ง่ายๆ เหมือนกับเรา

9

แล้วทุกอย่างจะออกมาดี
ผ่านความปรารถนาดี
ที่ให้ไป

ถ้าอยากให้ทุกอย่างออกมาดีกับเขา
จึงไม่ใช่การพยายามไปควบคุมเขา 
สั่งเขา บอกเขาให้ทำแบบที่เราคิดว่าถูก
แต่เป็นการโฟกัส กับการทำให้ตัวเราเองรู้สึกดี
เชื่อมันในคุณค่าที่ตัวเองมี
เพื่อความเชื่อมั่นนั้นจะได้ขยายผลออกไป 
เป็นการให้กำลังใจกับทุกคน...

#หันมาสร้างกำลังใจ

#เป็นความปรารถนาดีในกันและกัน


ผ่านความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่ในงานสัมมนา

Love Integration I & II 

ด้วยกันนะคะ

ทักมาขอรายละเอียดได้ที่ลิงค์ด้านล่าง